<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>ดนตรีไทย ออนไลน์ ปฏากรณ์.com</title>
<link>http://www.patakorn.com</link>
<description>ดนตรีไทยออนไลน์ ปฏากรณ์ดอทคอม</description>
<language>th-TH</language>

<item>
<title>เพลงไทยเนื้อเต็ม ตอนที่ ๒ ลาวเสี่ยงเทียน</title>
<link>http://www.patakorn.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=106</link>
<description><div align="justify">
<font color="#ff0066"><em>&quot;เทียนจุดเวียนพระพุทธา ตัวข้าฯ บุษบาขออธิษฐาน เทียนที่เวียนนมัสการ&nbsp; บันดาลให้ หทัยสมปรารถนา&nbsp; ดลจิตอิเหนา&nbsp;&nbsp; ให้เขามารักข้าฯ&nbsp; ขอองค์พระปฏิมา เมตตาช่วยคิดอุ้มชู ขอเทียนที่เวียนวน ดลฤทัยสิงสู่&nbsp; ให้องค์ระเด่นเอ็นดู อย่าได้รู้คลายคลอน...&quot;</em> เพลงไทยเนื้อเต็ม ตอนที่ ๒ จะนำเสนอในเรื่องราวของบทเพลงไทยเดิม ที่นำไปทำเพลงไทยเนื้อเต็มจนเป็นที่คุ้นหู ก็คือเพลง &quot;ลาวเสี่ยงเทียน สองชั้น&quot; ซึ่งนำไปทำเป็นเพลงเนื้อเต็มหลายบทเพลง แต่บทเพลงหนึ่งที่ได้รับความนิยมจนคุ้นหู ก็คือ &quot;บุษบาเสี้ยงเทียน&quot; เรื่องราวจะเป้นมาอย่างไร อ่านต่อกันได้เลยครับ</font><br />
</div>
</description>
</item>

<item>
<title>เพลงไทยเนื้อเต็ม ตอนที่ ๑ ที่มา</title>
<link>http://www.patakorn.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=105</link>
<description><div align="justify">
<font color="#336699">หากใครเคยฟังเพลงลูกกรุง โดยเฉพาะของวงสุนทราภรณ์ หลายๆ บทเพลง แล้วพอได้มีโอกาสฟังเพลงดนตรีไทย จะพบว่ามีอยู่หลายเพลง ที่มีทำนองคล้ายคลึงเหมือนกัน หลายคนที่ไม่ใช่นักดนตรีไทย หรือที่ไม่รู้จักแวดวงของดนตรีไทย อาจจะเข้าใจผิดว่า นักดนตรีไทยเล่นเพลงลูกกรุงก็ว่าไปนั่น แต่แท้จริงแล้ว ได้มีการนำเพลงไทยเดิมแท้ๆ นี่แหละครับ นำไปใส่บทร้องใหม่ ทำใหม่ ให้มีเนื้อร้องครบตรงทุกทำนองดนตรีไทย ไม่มีเอื้อน หรือเอื้อนน้อยมาก จนกลายว่าเป็น &quot;เพลงไทยเนื้อเต็ม&quot;ที่จะนำเสนอเป็นตอนๆ กันต่อไปครับ<br />
</font>
</div>
</description>
</item>

<item>
<title>โน้ตเพลง เรื่องพระรามเดินดง</title>
<link>http://www.patakorn.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=104</link>
<description>เพลงเรื่องพระรามเดินดง ประกอบด้วยเพลงปรบไก่  สองไม้ เพลงเร็วและเพลงลา  
แต่ไม่ทราบว่าชื่อเพลงอะไรบ้าง ดังนั้นถ้าเป็นเพลงสองไม้จะเรียกว่า  
สองไม้พระรามเดินดง เป็นต้น
</description>
</item>

<item>
<title>โน้ตเพลง ตับวิวาห์พระสมุทร (คลื่นกระทบฝั่ง-บังใบ-แขกสาหร่าย)</title>
<link>http://www.patakorn.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=103</link>
<description><strong><font color="#ff00cc">ครั้งนึง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ก็ทรงมีพระราชนิพนธ์แปลละครฝรั่งเรื่องนึงไว้ ให้ชื่อว่า &quot;วิวาหพระสมุทร์&quot; ซึ่งเป็นละครที่มีชื่อเสียง และมีเพลงประกอบที่ไพเราะมากๆ</font></strong>
</description>
</item>

<item>
<title>โน้ตเพลง ลาวดวงเดือน (ลาวดำเนินเกวียน)</title>
<link>http://www.patakorn.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=102</link>
<description><font color="#ff66ff">เปิดการใช้งานในส่วนของโน้ตเพลงมาได้แล้ว 2-3 เพลง จะไม่ทำพวกเพลงพื้นฐานเอาไว้ก็กะไรอยู่ ตอนนี้เลยเอาเพลง &quot;ลาวดวงเดือน&quot; มาลงไว้ก่อน คิวต่อไปคงจะเป็น เขมรไทรโยค ลาวดำเนินทราย ค้างคาวกินกล้วย ฯลฯ ซึ่งเป็นเพลงที่รุ้จัก และเล่นกันมากเป็นส่วนใหญ่ สำหรับพวกเพลงใหญ่ๆ เช่นเพลงเถา เพลงตับ เพลงเรื่อง เพลงทยอย เพลงหน้าพาทย์ ฯลฯ คงต้องปรับกันอีก และดูกันที่ความเหมาะสม เพราะถือว่าเป็นเพลงสำคัญ หากผิดพลาดไป ก็อาจจะเลยเถิดไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลายเลยก็ว่าได้ เอาละวันนี้ ก็มาว่ากันที่เพลงคลาสสิคอมตะ อย่าง &quot;ลาวดวงเดือน&quot; กันดีกว่า น๊ะจ๊ะ</font><br />
</description>
</item>

<item>
<title>โน้ตเพลง ลาวดวงดอกไม้ (ฟ้อนมาลัย)</title>
<link>http://www.patakorn.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=101</link>
<description><font color="#cc33ff"><strong>ฟ้อนมาลัย </strong>หรือลาวดวงดอกไม้ บรรเลงในอัตราจังหวะสองชั้น เป็นการแสดงที่นำมาจากการแสดงละครพันทางเรื่องพระยาผานอง ซึ่งกรมศิลปากรปรับปรุงขึ้นแสดง ณ โรงละครแห่งชาติเมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๑ โดย อาจารย์มนตรี ตราโมท เป็นผู้แต่งทำนองเพลงและบทร้อง ท่านผู้หญิงหม่อมแผ้ว สนิทวงศ์เสนีย์ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ<br />
<br />
ฟ้อนชุดนี้ออกเป็นเพลงซุ้ม ซึ่งเป็นเพลงลาวชั้นเดียว ปัจจุบันใช้แสดงในโอกาสงานมงคล หรืองานเบ็ดเตล็ดทั่วไป</font><br />
</description>
</item>

<item>
<title>โน้ตเพลง ระบำเทพบันเทิง (แขกเชิญเจ้า)</title>
<link>http://www.patakorn.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=100</link>
<description><font color="#ff6600"><strong>ระบำเทพบันเทิง</strong> เป็นระบำมาตรฐานชุดหนึ่ง สมมติผู้แสดงเป็นเทพบุตร และนางฟ้า ร่ายรำ ถวายองค์ปะตาระกาหลา อยู่ในบทละครในเรื่อง อิเหนา ตอนลมหอบ กรมศิลปากรปรับปรุงขึ้นนำออกแสดงให้ประชาชนชม เมื่อ พ.ศ. 2499 ณ โรงละครศิลปากรเดิม ร้องด้วยเพลงแขกเชิญเจ้าและเพลงยะวาเร็ว ซึ่งประพันธ์บทร้องและปรับปรุงทำนองเพลง โดยคุณครูมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทยของกรมศิลปากร ประดิษฐ์ท่ารำโดยคุณครูลมุล ยมะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ของวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ร่วมกับคุณครูมัลลี คงประภัศร์ และคุณครูผัน โมรากุล</font>
</description>
</item>

<item>
<title>โน้ตเพลง กล่อมนารี เถา</title>
<link>http://www.patakorn.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=96</link>
<description>คราวนี้ ลองมาทำเพลงยาวขึ้นมาหน่อย เป็นกล่อมนารี เถา ดูบ้าง คราวนี้จะเพิ่มบทร้อง และใส่เข้าเป็นทำนองรับส่ง ระหว่างทำนองเพลง เพิ่มทำนองหน้าทับลงไปด้วย ลองดูว่าจะเวิร์คหรือไม่ อย่างไรก็ลองติดตามดูครับ<br />
</description>
</item>

<item>
<title>ปี่ชวา</title>
<link>http://www.patakorn.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=90</link>
<description><font color="#666600">ปี่ชวา ทำเป็น ๒ ท่อนเหมือนปี่ไฉนคือท่อนเลาปี่ยาวราว ๒๗ ซม. และท่อนลำโพงยาวราว ๑๔ ซม.เจาะรูนิ้วและรูปร่างลักษณะก็เหมือนปี่ไฉนทุกอย่าง แต่มีขนาดยาวกว่าปี่ไฉนกล่าวคือ ปี่ชวาเมื่อสวมท่อลำโพงและเลาปี่เข้าด้วยกันแล้วยาวประมาณ ๓๘-๓๙ ซม. ตรงปากลำโพงก็กว้างขนาดเดียวกับปี่ไฉนทำด้วยไม้จริงหรืองา ที่ทำต่างจากปี่ไฉนก็คือตอนบนที่ใส่ลิ้นปี่ทำให้บานออกเล็กน้อย ลักษณะของลิ้นปี่ก็เหมือนกับลิ้นปี่ไฉนต่างแต่มีขนาดยาวกว่าเล็กน้อย ชื่อของปี่ชนิดนี้บอกตำนานอยู่ในตัวแล้วและโดยเหตุที่มีลักษณะรูปร่างเหมือน ปี่ไฉนของอินเดียเป็นแต่ดัดแปลงให้ยาวกว่า เสียงที่เป่าออกมาจึงแตกต่างจากปี่ไฉนของอินเดียเรานำเอาปี่ชวามาใช้แต่ เมื่อไรไม่อาจทราบได้แต่คงจะนำเข้ามาใช้คราวเดียวกับกลองแขก และเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นนั้นปรากฏว่า เรามีปี่ชวาใช้ในกระบวนพระยุหยาตราเสด็จพระราชดำเนินแล้ว เช่นมีกล่าวถึงใน &quot;ลิลิตยวนพ่าย&quot; ว่า &quot;สรวญศรัพทคฤโฆษฆ้อง กลองไชย ทุมพ่างแตรสังข์ ชวา ปี่ห้อ&quot; ซึ่งคงจะหมายถึงปี่ชวาและปี่ห้อหรือปี่อ้อ ปี่ชวาใช้คู่กับกลองแขก (ชวา) เช่นเป่าประกอบการเล่นกระบี่กระบอง และประกอบการแสดงละคอนเรื่อง อิเหนา ตอนรำกริช และใช้ในวงปี่พาทย์นางหงส์ กับใช้ในวงดนตรีที่เรียกว่าวง &quot;ปี่ชวากลองแขก&quot; หรือวง &quot;กลองแขกปี่ชวา&quot; วงเครื่องสายปี่ชวา และวง &quot;บัวลอย&quot; ทั้งนำไปใช้เป่าในกระบวนแห่ซึ่ง &quot;จ่าปี่&quot; เป่านำกลองชนะในกระบวนพระยุหพยาตราด้วย</font>
</description>
</item>

<item>
<title>ปี่มอญ</title>
<link>http://www.patakorn.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=89</link>
<description><font color="#663300">ปี่มอญ ทำเป็น ๒ ท่อนเหมือนปี่ชวาแต่ขนาดใหญ่กว่าและยาวกว่าคือท่อน &quot;เลาปี่&quot; ทำด้วยไม้จริงกลึงกลมเรียวยาวประมาณ ๕๐ ซม. ตอนใกล้หัวเลาปี่ระยะสัก ๖ ซม. กลึงเป็นลูกแก้วคั่นด้านบนเจาะรูเรียงนิ้ว ๗ รู กับมีรูนิ้วค้ำ ๑ รูด้วย ส่วนท่อน &quot;ลำโพง&quot; ยาวประมาณ ๒๓ ซม. ทำด้วยทองเหลืองหรือโลหะอย่างอื่นและทำเป็นลูกแก้วคั่นกลางเหมือนกัน ช่องปากลำโพงกว้าง ๑๐ ซม. ถ้ารวมทั้งใบบานที่กางออกไปซึ่งมีรัศมีกว้างราว ๖ ซม. โดยรอบด้วยวัดผ่านศูนย์กลางก็ราว ๒๒ ซม. ตามปรกติเลาปี่กับลำโพงที่สอดสวมเข้าไปด้วยกันนั้นหลวมหลุดออกจากกันได้ง่าย จึงต้องมีเชือกเส้นหนึ่งผูกลำโพงท่อนบนโยงมาผูกไว้กับตัวเลาปี่ตอนบนเหนือ ลูกแก้ว ผูกเคียนเป็นทักษิณาวัฏด้วยวิธีผูกเชือกที่เรียกว่าเงื่อน &quot;สันปลาช่อน&quot; เนื่องจากปี่มอญใหญ่และยาวกว่าปี่ไฉนและปี่ชวา กำพวดของปี่จึงจำต้องยาวไปด้วยตามส่วนคือ ยาวประมาณ ๘-๙ ซม. และเขื่องกว่ากำพวดปี่ชวาเล็กน้อย มีแผ่นกระบังลมสำหรับกันริมฝีปากผู้เป่าเช่นเดียวกับปี่ไฉนและปี่ชวา ปี่มอญ ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์มอญหรือตามที่ปรากฏในหมายรับสั่งแต่ก่อนเรียกไว้ว่า &quot;ปี่พาทย์รามัญ&quot; และบรรเลงร่วมกับกลองแอว์ บางกรณีด้วย</font>
</description>
</item>

</channel>
</rss>
